| Us$Y's profile*:+ All The Melodies of ...BlogLists | Help |
|
28 February เมื่อ ฉัน เป็น "ครู"นี่เป็นส่วนที่ตัดตอนมาจากรายงานการพัฒนาตนเองของนิสิตในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เทอม 1
ชื่อพาร์ท คือ บทเรียนที่ได้จากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
ไม่ใช่อะไรหรอก แต่พอเขียนเสร็จแล้วมีความสุข เลยอยากเอามาแบ่งปันค่ะ
อ่านจบแล้วคิดกันอย่างไร มาแบ่งปันกันนะคะ
ปล. ด้วยความที่เขียนส่งคณะเลยใช้สรรพนามออกจะทางการหน่อยนะคะ
บทเรียนที่ได้จากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ณ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ชั้นอนุบาล 1/1 ถือเป็นประสบการณ์ครั้งใหญ่ในชีวิตของข้าพเจ้า เป็นประสบการณ์ที่ให้อะไรกับข้าพเจ้ามากกว่าที่เคยคาดไว้มากทีเดียว การมาที่นี่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีมิตรภาพที่ดีเกิดขึ้นใหม่ ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จากบุคคลรอบตัวที่มีหลากหลายลักษณะ บางแบบเคยเจอ แต่อีกบางแบบที่ยังไม่เคยพบเจอมาก่อน ก็ทำให้ข้าพเจ้ามีบทเรียนชีวิตในการอยู่ร่วมกับคนที่หลากหลายมากขึ้น
ข้าพเจ้าได้ออกมาเห็นโลกอีกใบหนึ่ง โลกใบเล็กของเด็กสามสิบชีวิต ได้มาเห็นมุมมองของคนที่เพิ่งผ่านโลกมาได้แค่ 5 ปี เห็นการพยายามแก้ปัญหา เห็นการพยายามไขว่คว้าหาความรัก เห็นการทะเลาะเบาะแว้งด้วยเหตุผลที่แสนจะเล็กน้อย
ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นประสบการณ์และบทเรียนที่ข้าพเจ้าไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัส ความรู้สึกอบอุ่นที่เกิดขึ้นทุกครั้งแค่ได้นั่งอยู่หน้าห้องเรียนแล้วร้องเพลงพร้อมกับเสียงเล็กๆ เหล่านั้น มือเล็กๆ ที่คอยมานวดให้คลายปวดเมื่อย ถึงแรงจะไม่มากนักแต่กลับสัมผัสได้ถึงความรักที่พวกเขาอยากจะมอบให้ หรือแววตาเล็กๆ ที่วิงวอนขอความช่วยเหลือเมื่อเขาทำตัวเลอะเทอะเพราะวิ่งเข้าห้องน้ำไม่ทัน แค่คิดก็บอกได้ว่าน้ำตาซึม คงจะมาจากความรู้สึกที่เป็นสุขทุกครั้งที่นึกถึงกระมัง
หนูน้อยคนหนึ่ง เคยเป็นเด็กที่ใครๆ ต่างก็เรียกว่า “ขี้ขโมย” ไม่เคยได้รับความอ่อนโยนจากใคร มาถึงโรงเรียนร้องไห้ก็โดนตี ไม่เคยมี ไม่เคยได้อะไรอย่างใครเขา อย่าว่าแต่เงินเหรียญ ความรักสักนิดจากพ่อแม่ กว่าจะได้มายังเลือดตาแทบกระเด็น ข้าพเจ้าเห็นเช่นนี้แล้วไม่อาจอยู่เฉยได้ พยายามคิดหาหนทางมากมายที่จะช่วยเหลือ จึงลองเริ่มต้นจากการสัมผัสให้ความรัก แน่นอนว่าถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี ต่อมาจึงลองพูดคุยหลังจากที่เขาถูกทำโทษเรื่องไปขโมยเงินเพื่อน เล่าเรื่องนางฟ้าประจำตัวผู้ใจดี สังเกตเห็นว่าเขาพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ฟัง แต่ข้าพเจ้ารู้ดีว่าเขารับรู้ทุกสิ่ง จากนั้นข้าพเจ้าไม่เคยละความพยายาม ลองมอบความรัก หยิบยื่นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ เอ่ยถึงเขาในห้องเรียน ชมเชยในสิ่งที่เขาทำได้ดีหน้าชั้นเรียน แล้ววันที่เฝ้ารอคอยก็มาถึง วันนั้นขณะที่ข้าพเจ้ากำลังจะกลับบ้าน เด็กๆ ต่างวิ่งเข้ามากอดลากันตามปกติ ข้าพเจ้าเห็นเด็กน้อยคนนี้วิ่งเข้ามากอดข้าพเจ้าด้วยความเขินอายแล้วรีบวิ่งออกไปเล่นต่อทั้งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ความรู้สึกตื้นตันในหัวใจมันทำให้ภาพที่ข้าพเจ้าเห็นเขาวิ่งออกไปมีน้ำตาอยู่ในภาพนั้นด้วย เพราะวันนั้นเขาได้รับรู้แล้วว่าในโลกนี้ยังมีหนึ่งคนที่พร้อมจะมอบความรักให้กับเขา และเขาก็สามารถรักตอบได้อย่างเต็มหัวใจ ตั้งแต่นั้นมา ข้าพเจ้าก็ไม่เคยได้ยินใครเรียกเขาว่า “ขี้ขโมย” อีก ข้าพเจ้ากลับได้ยินแต่เสียงหัวเราะและเสียงเรียก “คุณครูอัส” ที่แสนแจ่มใสพร้อมอ้อมกอดเล็กๆ ที่ข้าพเจ้ารอคอยมาตลอดเป็นการตอบแทน ปล. ครูเห็นแววตาของหนูชัดเจนตอนที่เราโบกมือลากัน นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้ครูกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่ถึงเราจะไม่ได้เจอกันแล้ว ความรักของครูยังอยู่กับหนูนะคะ เพราะความรักของหนูก็จะอยู่ในหัวใจครูเสมอจ๊ะ
รัก.
Comments (17)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://us2103.spaces.live.com/blog/cns!B1F1FC02FC67B6B6!769.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|